คลีนชีต

    จากชัยชนะทั้ง 2 นัดที่ผ่านมาของลิเวอร์พูล ถือว่าพวกเขาทำผลงานได้เพอร์เฟ็คต์มากทีเดียว เมื่อยังเป็นทีมเดียวที่ยังไม่เสียประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และขึ้นไปเป็นอันดับที่ 2 ของตารางการแข่งขัน โดยเป็นรองประตูได้เสียกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้เพียงประตูเดียวเท่านั้น แต่สิ่งที่แฟนบอล “เดอะ ค็อป” ปลาบปลื้มที่สุดคงจะเป็นการที่ทีมรักของพวกเขายังไม่เสียประตูให้กับคูแข่งมากกว่า ซึ่งหาได้ยากมากในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาที่พวกเขาจะมีแนวรับที่ดูแข็งแกร่งเหมือนอย่างเช่น 2 นัดแรกของฤดูกาลที่ผ่านมา สิ่งสำคัญก็คือการที่พวกเขามีเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์ ปราการหลังร่างสูงทีมชาติฮอลแลนด์ที่ไปยอมทุ่มเงินซื้อมาจากเซาต์แธมตันด้วยค่าตัวสูงถึง 75 ล้านปอนด์ จนกลายเป็นสถิติกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกจนถึงตอนนี้ ซึ่งกองหลังวัย 27 ปีมาทำให้ลิเวอร์พูลมีเกมรับที่นิ่งขึ้นมาก โดยเฉพาะเรื่องของลูกกลางอากาศซึ่งเคยเป็นจุดอ่อนของลิเวอร์พูลเมื่อหลายๆ ปีก่อน แต่การเข้ามาของฟาน ไดจค์ทำให้จุดอ่อนนี้ของทีมหายไปทันที โดยเฉพาะการเบียดแย่งโหม่งกับกองหน้า ฟาน ไดจค์มักจะเก็บได้โดยตลอด และทำให้ลิเวอร์พูลเอาบอลมาครอง และบุกต่อได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกมของลิเวอร์พูลไหลลื่นขึ้นมากอย่างที่เห็นในช่วงพรีซีซั่นและใน 2 นัดแรกที่ผ่านมา โดยในช่วงนี้เขาจับคู่กับโจ โกเมซ กองหลังดาวรุ่ง ซึ่งเล่นกันได้ลงตัวทีเดียว ถึงแม้ว่าจะขาดเดยาน ลอฟเรน และโจเอล มาติปไปก็ตาม แต่เหมือนจะไม่มีผลแต่อย่างใด หากยังมีเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์คุมแนวรับอยู่

อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ลิเวอร์พูลนิ่งขึ้นในแนวรับก็คือการมีผู้รักษาประตูที่ดีและไว้ใจได้อย่างอลิสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมชาติบราซิล ที่ย้ายมาจากโรม่าจนกลายเป็นประตูที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกอยู่ประมาณ 1 เดือนด้วย ก่อนที่จะถูกเกป้า อาร์ริซาบาลาก้า นายประตูทีมชาติสเปนที่ย้ายจากแอตเลติก บิลเบาสู่เชลซีด้วยค่าตัว 80 ล้านยูโร ซึ่งอลิสซงทำผลงานได้ไม่มีข้อผิดพลาดแต่อย่างใด ทำให้กองหลังเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้นด้วย และที่สำคัญเขาเป็นผู้รักษาประตูที่ใช้เท้าได้เก่งมาก และเปิดบอลได้อย่างแม่นยำ ทำให้การเสียบอลของลิเวอร์พูลน้อยลงด้วย ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ลิเวอร์พูลยังรักษาคลีน ชีตมาได้ใน 2 นัดที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าแตกต่างจากฤดูกาลก่อนๆ มาก