คาดหวังกับสเตอร์ริดจ์

    หลังจากก่อนหน้านี้ที่แทบจะหมดโอกาส หมดอนาคตในถิ่นแอนฟิลด์ไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าสิงห์อีซ้ายชาวอังกฤษจะตายยาก ที่ดูเหมือนว่าจะกลับมาฟื้นคืนชีพ และน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของลิเวอร์พูลในการเบียดลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าเขาน่าจะหมดสภาพไปแล้วเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ติดตัวเค้ามาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เริ่มค้าแข้งมากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่อมาเชลซี และกับลิเวอร์พูลนี้ด้วยที่แทบจะไม่มีฤดูกาลไหนที่เขาไม่เจ็บเลย ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาไม่ค่อยต่อเนื่อง และในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาเขาก็ถูกปล่อยไปให้กับเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยนยืมตัวไปใช้งานด้วย ซึ่งเกือบเป็นการขายขาดแล้วด้วยซ้ำ แต่พอย้ายไปลงสนามได้ไม่นานก็เกิดอาการบาดเจ็บขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันดูเหมือนจะหมดความอดทนกับกองหน้าวัย 28 ปีรายนี้แล้ว และพร้อมจะปล่อยเขาออกไปจากทีมพร้อมๆ กับแดนนี่ อิงคส์ กองหน้าอีกรายที่ก็บาดเจ็บเป็นอาจิน แต่สเตอร์ริดจ์ก็เคยมีฤดูกาลที่ไม่บาดเจ็บเหมือนกันคือ 2013-2014 ที่เขาทำได้ถึง 21 ประตูในลีกโดยการจับคู่กับหลุยส์ ซัวเรซในฤดูกาลนั้นที่ทีมเป็นรองแชมป์พรีเมียร์ลีก

แต่ในช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมาที่ลิเวอร์พูลมีการเริ่มเก็บตัวกันตั้งแต่ต้นเดือนกรกฏาคม และทางดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ก็ไม่ได้ไปติดทีมชาติอังกฤษทำศึกฟุตบอลโลกแต่อย่างใด ทำให้เขาได้ทำการเก็บตัวกับเพื่อนร่วมทีมเร็ว และได้เริ่มลงสนามเรียกความฟิตและความมั่นใจตั้งแต่แรกๆ ที่พวกเขาอุ่นเครื่องกับทีมเล็กๆ และทำประตูได้มาเรื่อยๆ ทำให้เขามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น บวกกับร่างกายที่ยังสดชื่นที่ได้พักในช่วงปิดฤดูกาลมา ทำให้ฟอร์มดีมาอย่างต่อเนื่อง บวกกับการมีเกมอุ่นเครื่องถึง 9 นัดของลิเวอร์พูล ทำให้เขาได้โอกาสลงสนามอยู่ตลอด และก็ยังทำผลงานได้ดีอยู่เรื่อยๆ โดยใน 9 นัดในการอุ่นเครื่องสเตอร์ริดจ์ได้ลงสนามทั้งหมด 368 นาที และทำได้ถึง 6 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมทีเดียวสำหรับเขา และเขาดูแข็งแรงขึ้นมากจากฤดูกาลก่อนหน้านี้ด้วย

ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ อาจจะเป็นไพ่ใบสำคัญในฤดูกาลนี้ของลิเวอร์พูลด้วย แต่ต้องลุ้นว่าเขาจะรักษาสภาพร่างกายพร้อมลงสนามไปเป็นตัวสำรองทีเด็ดให้กับเจอร์เก้น คล็อปป์ได้ตลอดฤดูกาลนี้หรือไม่

บทความโดย  xn--789-1kl1enag3hb9fba7yzb6h.com