คาริอุสหมดสภาพ

            การย้ายจากไมนซ์ 05 มาร่วมทีมลิเวอร์พูลในปี 2016 ด้วยค่าตัวเพียง 4.75 ล้านปอนด์ สำหรับลอริส คาริอุส นายประตูวัย 25 ปี ก็บ่งบอกให้เห็นแล้วว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของทีมไม่ได้ตั้งใจจะคว้าตัวมาร่วมทีมแบบหวังว่าจะให้เป็นมือ 1 ในถิ่นแอนฟิลด์ในระยะยาว โดยตอนนั้นคาริอุสมีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะได้ขึ้นมาเป็นมือ 1 กับทีมจากบุนเดสลีก้ามา 3 ฤดูกาลแล้วก็ตาม ซึ่งในฤดูกาลแรกที่ย้ายมาเขาก็มานั่งเป็นตัวสำรองของซิมิง มิโญเล่ต์ นายประตูทีมชาติเบลเยี่ยม ก่อนจะมาได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาในเกมบอลถ้วย และบางช่วงที่มิโญเล่ต์ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งฤดูกาลแรกของเขาก็ไม่ได้แสดงความผิดพลาดอะไรมากมาย

เมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาได้รับโอกาสลงสนามบ่อยขึ้น โดยชนะช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ซึ่งตอนแรกเหมือนจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นจากฤดูกาลที่แล้วพอสมควร แต่สุดท้ายก็เริ่มมีข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้ทีมต้องเสียประตูในช่วงท้ายฤดูกาล ซึ่งในตำแหน่งอื่นๆ การผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ อาจจะไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อทีมมากนัก แต่กับตำแหน่งผู้รักษาประตูแล้ว ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นคือการเสียประตูในทันที และมันก็เกิดกับลอริส คาริอุสในนัดสำคัญที่สุดในชีวิตการค้าแข้งของเขา คือในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ลิเวอร์พูลออกนำเรอัล มาดริดไปก่อน 1-0 แต่ด้วยความทะเล่อทะล่าของเขาที่ไปโดนคาริม เบนเซม่าฉกบอลไปยิงตีเสมอนิ่มๆ ทำให้โมเมนตั้มของเกมเปลี่ยนไปทันที และหลังจากนั้นเขาก็พลาดอีกครั้ง เมื่อรับลูกยิงไกลของแกเร็ธ เบล กระฉอกเข้าประตูไป ทำให้เกมขาดเป็น 3-1 ซึ่งเป็นลูกปิดบัญชี และยื่นแชมป์สมัยที่ 3 ติดต่อกันให้กับทีม “ราชันย์ชุดขาว” ทันที

ซึ่งเจ้านายอย่างเจอร์เก้น คล็อปป์ ก็มีการออกมาสัมภาษณ์ในเชิงปกป้องโดยตลอด และเตรียมจะให้เขาแก้ตัวโดยการเป็นมือ 1 ของทีมในฤดูกาลที่จะถึงนี้แบบเต็มตัว แต่นายทวารวัย 25 ปีก็ทำมันพังซะก่อน เมื่อไปทำงามหน้าพลาดการรับฟรีคิกกระฉอกให้คู่แข่งซ้ำเข้าประตูไปง่ายๆ และนั่นทำให้กุนซือชาวเยอรมันหมดความอดทน เลยไปสอยอลิสซอน เบ็คเกอร์ นายประตูทีมชาติบราซิลมาจากโรม่าด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกในตำแหน่งผู้รักษาประตู ทำให้แผนการซื้อนักเตะต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย จากที่เคยจะกักไว้ซื้อนักเตะรายอื่นเข้ามา แต่ดูจากสภาพที่กู่ไม่กลับของลอริส คาริอุสแล้ว ทำให้กุนซือวัย 51 ปี ตัดสินใจเปลี่ยนมือ 1 ของทีมเลยดีกว่า