เกมรับที่ยังเป็นคำถาม

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในยุคการคุมทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันขึ้นชื่อเรื่องการมีเกมรุกที่ดุดันอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งคล็อปป์มีสไตล์การคุมทีมที่โดดเด่นเรื่องเกมรุกมาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่ตอนที่คุมโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ จนสามารถคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าเหนือบาเยิร์น มิวนิคมาแล้ว แต่ปัญหาเรื่องเกมรับถือว่ายังเป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่ตกในช่วงเวลา 2 ฤดูกาลเศษๆ ที่เข้ามาคุมทีมในถิ่นแอนฟิลด์ ซึ่งกุนซือวัย 51 ปีก็พยายามใช้นักเตะตัวเดิมๆ ลองแก้ไขปัญหามาก่อน จนเห็นว่ามันไม่สามารถเยียวยาได้แล้วจึงไปยอมซื้อเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์ ปราการหลังร่างสูงของเซาต์แธมตันมาร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 75 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดในโลกในตำแหน่งกองหลังอีกด้วยเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา และทำให้เกมรับของทีมดูดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด และสามารถพาทีมผ่านเข้าชิงชนะเลิศในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้ด้วย ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะพ่ายให้กับเรอัล มาดริดอย่างน่าเสียดายก็ตาม

หลังจากพ่ายให้กับเรอัล มาดริด 1-3 ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ทำให้พฤติกรรมการซื้อนักเตะของเจอร์เก้น คล็อปป์เปลี่ยนไป และใช้เงินซื้อนักเตะมากขึ้นจนน่าตกใจ แต่สิ่งที่กุนซือชาวเยอรมันซื้อนั้นเป็นการซื้อในตำแหน่งผู้รักษาประตู คือไปได้อลิสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ทีมชาติบราซิลของโรม่ามาร่วมทีมด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกอีกครั้งในตำแหน่งผู้รักษาประตู เพื่อจะเอามาเป็นมือ 1 แทนที่ของลอริส คาริอุส นายทวารวัย 25 ปีที่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นจนทำให้ทีมเสียประตูบ่อยครั้ง ซึ่งเจอร์เก้น คล็อปป์เชื่อว่าอลิสซงจะมาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้ทีมประสบความสำเร็จ แต่คำถามคือเกมรับของลิเวอร์พูลจะไว้ใจได้แล้วจริงหรือไม่ในฤดูกาลนี้ ส่วนเกมรุกนั้นไม่มีใครสงสัยในศักยภาพของพวกเขาอยู่แล้ว

ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมากุนซือชาวเยอรมันจัดการซื้อนักเตะที่เกี่ยวข้องกับเกมรับมา 2 คน ซึ่งนอกจากอลิสซงแล้วก็มีฟาบินโญ่ กองกลางสารพัดประโยชน์ชาวบราซิเลี่ยนจากโมนาโกมาร่วมทีม ซึ่งจะเข้ามารับบทเป็นมิดฟิลด์ตัวรับคอยสกรีนบอลอยู่หน้าแผงกองหลัง และหวังจะทำให้บอลไปถึงในแดนหลังน้อยลงกว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งต้องมารอดูกันว่ามันจะช่วยลดภาระแนวรับที่มีเดยาน ลอฟเรน กับเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์เป็นตัวหลักได้หรือไม่ นี่ยังถือว่าเป็นคำถามที่ยังต้องรอเวลาในการพิสูจน์ระหว่างฤดูกาลนี้อีกครั้งว่าจะดีขึ้นหรือไม่